[SF] ••• ♥ My Sassy Baby Xiah ♥ •••

posted on 15 Jan 2012 11:23 by yoocheonism  in ShortFiction
My Sassy Baby Xiah~

ช่วงสายวันเสาร์ที่ยูชอนยังนอนไม่เต็มอิ่มหลักจากต้องแหกขี้ตาตื่นเพื่อขับรถไปส่งจุนซูที่สนามบิน
เปลือกตาที่ปิดสนิทของชายหนุ่มก็ถูกรบกวนให้ต้องเปิดออกก่อนเวลา
เพราะเสียงรบกวนโครมครามปึงปังที่ดังมาจากห้องครัว

อะไร กันอีกว๊อย!!! อุตส่าห์คิดว่าจะได้นอนอย่างสงบสุขเพราะปีศาจโลมาตัวร้ายไปทำงานด่วนที่ญี่ปุ่นแล้ว
ยังมีใครมาทำเสียงหนวกหูอยู่ได้!!!

“ไม่เห็นมีนมรสสตรอเบอร์รี่เลย มีแต่นมรสจืด รสจืด รสจืด จืดแบบนี้ใครจะไปกินลง!!!”

เสียงหงุดหงิดเอาแต่ใจไม่ต่างกับเด็กสิบขวบโวยวายกระตุ้นให้ยูชอนรีบเดินตาปรือสะลึมสะลือไปที่ห้องครัว

แล้วคนที่ยังไม่ตื่นดีก็ถึงทีต้องตาสว่างอย่างฉับพลันเมื่อเห็นว่าพื้นห้องครัวนั้นเจิ่งนองไปด้วยน้ำนมสีขาว
มือเล็กของเด็กชายแปลกหน้าตัวน้อยในชุดนอนใหญ่โคร่งถือขวดนมรสจืดที่ว่างเปล่า

ใบหน้าบึ้งตึง จมูกกลมเชิดรั้นบอกความดื้อดึงเอาแต่ใจ
เด็กคนนี้มีบรรยากาศคล้ายคิมจุนซูราวกับถอดแบบกันมา

“มองอยู่นั่นแหละ อาจือชิ(ลุง)!! ออกไปซื้อนมรสสตรอเบอร์รี่มาสิ แล้วเตรียมอาหารเช้าให้ด้วย สายป่านนี้แล้วจะปล่อยให้หิวตายหรือไง”

เด็กสิบขวบตัวจริงเสียงจริงที่ยืนอยู่ท่ามกลางแอ่งน้ำนมออกคำสั่งวางอำนาจ ยูชอนขยี้ตาอย่างมึนงง

เด็กนั่น? คงเป็นหลานของจุนซูที่พามาเที่ยวเล่นที่ห้องเขาละมั้ง? แต่จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อร้อยวันพันปีจุนซูไม่เคยมีหลานมาเล่นด้วย ไม่ต้องหวังสูงถึงกับว่าจุนซูจะรักเด็กเหมือนนางสาวไทย แค่มีเด็กมายืนใกล้ๆแล้วจุนซูไม่จับหักคอก็บุญแล้ว

ร่างสูงหันซ้ายหันขวามองหาร่างเล็กที่น่าจะอยู่แถวนี้ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีบุคคลที่สามอยู่ในห้อง
ก็แน่สิ เข้าเพิ่งไปส่งเจ้าตัวที่สนามบินเมื่อตอนตีห้าเองนี่ กว่าจุนซูจะเสร็จงานและบินกลับก็คงเป็นพรุ่งนี้
หรือไม่แน่ถ้าอยากอยู่ชอปปิ้งที่ย่านดังในโตเกียวก็คงกลับวันมะรืน

“เดี๋ยวก่อนนะ”

ยูชอนรีบห้ามเมื่อเด็กน้อยปาขวดนมลงบนพื้นแล้วกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ
ด้วยความเคยชินในการรับมือกับพายุอารมณ์ของจุนซู ยูชอนเลยค่อยๆถามเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน
แม้จะอยากหยิกแก้มกลมๆนั่นเป็นการลงโทษที่ทำห้องครัวของเขาเลอะเทอะอย่างกับเพิ่งโดนถล่มด้วยอาวุธหนัก

“พี่ขอถามก่อนว่าหนูชื่ออะไร แล้วเข้ามาในห้องพี่ได้ยังไงครับเนี่ย”

“จุนซู” เด็กน้อยตอบไม่มีหางเสีย แต่ยูชอนยังไม่ค่อยเข้าใจ แสร้งยิ้มหวาน “หนูชื่ออะไรนะครับ”

“บอกว่าชื่อคิมจุนซู!!!” ยูชอนได้ยินแล้วทำหน้าเอ๋อ “รู้แล้วก็รีบไปทำตามที่สั่งซะ อย่ามายืนบื้ออยู่”

คิมจุนซูตัวน้อยสั่งเสร็จก็สะบัดหน้าเดินลากกางเกงนอนขายาวไปนั่งขัดสมาธิบนโซฟา
อย่างกับมาเฟียจิ๋วที่สั่งให้ลูกน้องไปซื้อเหล้ามาให้

ยูชอนได้แต่มองตาม อ้าปากค้าง งงเป็นไก่ตาแตก สรุปแล้วเจ้าเด็กนี่เป็นใครมาจากไหน
มานั่งหน้าบูดหน้าบึ้งให้เขาเอาใจเหมือนจุนซูไม่มีผิด
 
อย่างกับจุนซูกลายเป็นเด็กสิบขวบอีกครั้ง แถมชื่อยังเหมือนกันด้วย

หรือเขาจะฝันไป!!! toothgrin.png ยูชอนหยิกตัวเองแล้วก็รู้สึกเจ็บ
แต่นี่อาจจะเป็นความเจ็บที่อุปาทานขึ้นในฝันก็ได้
ชายหนุ่มเดินไปที่โซฟาอย่างลังเล จุนซูน้อยตวัดสายตามอง

“อะไรอีกล่ะ”

“น้องจุนซู..ชอบกินข้าวหน้าปลาไหลหรือข้าวหน้าปลาดิบหรอ” ยูชอนทดสอบอะไรบางอย่าง

“ข้าวหน้าปลาไหลสิ”

“แล้วชอบดื่มน้ำมะพร้าวหรือน้ำแตงโม”

“มะพร้าว” จุนซูกระฟัดกระเฟียดตอบ

“ถะ..ถ้าอย่างนั้น” ยูชอนลังเลที่จะถามคำถามลับสุดยอด  
“ครั้งสุดท้ายที่ฉี่รดที่นอน ใช่ตอนไปเข้าค่ายป.3
แล้วต้องโทร.ให้ที่บ้านเอาชุดนอนใหม่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปให้เปลี่ยนหรือเปล่า”

เด็กน้อยหน้าแดงเถือกจากแก้มถึงหูทันที

“ไปรู้มาได้ยังไง บอกมานะว่าใครบอกลุง ฮึ้ยยยย! เดี๋ยวจะไล่ออกให้หมดเลย”
เด็กตัวเล็กโมโหหงุดหงิด

อันที่จริงยูชอนรู้เพราะเคยมีครั้งหนึ่งที่จุนซูพยายามจะปลอบใจเขาที่ทำงานผิดพลาดอย่างน่าอาย
จึงได้เล่าเรื่องลับเฉพาะ สุดแสนอับอายขายขี้หน้าของตัวเองแลกเปลี่ยนเพื่อเป็นการชดเชยความรู้สึกให้เขา

คิดไปแล้วถึงจะดูเป็นการกระทำที่เด็กไปสักหน่อย แต่จุนซูก็เอาใจใส่เขามากมายจนทำให้เขาตื้นตันใจเลย

เฮ้ย เดี๋ยวนะ งั้นสรุปแล้วเด็กนี่ก็...

คิมจุนซูจูเนียร์ตัวจริงเสียงจริงสินะ!!!

ยูชอนเชื่อแล้วล่ะว่าตัวเองฝันไป จุนซูจะกลายเป็นเด็กได้ยังไง
ยัยมิคกี้ชอนซามันคงจะแต่งฟิคเอาฮาอีกแล้วสิเนี่ย คิดหรอว่าฉันจะตื่นเต้นตกใจไปด้วย

ก็ดีเหมือนกัน ถ้านี่เป็นความฝัน  
โอกาสที่เขาจะได้เป็นผู้ใหญ่กว่าจุนซู ตัวโตกว่า กล้าวางอำนาจใส่ มันไม่ได้มีกันบ่อยๆ

ยูชอนมองเด็กน้อยผิวใสที่เหมือนลูกไก่ในกำมืออย่างมาดหมาย

“มองอะไร หาเรื่องหรือไง เดี๋ยวสั่งให้บอดี้การ์ดจัดการซะนี่” จุนซูขู่แบบเด็กๆ

เฮ้ย ถึงจะเป็นจุนซูจูเนียร์แต่โอกาสที่เขาจะเอาชนะได้ก็ไม่เยอะขึ้นเลยเร๊อะ!!!

ยู ชอนก็รู้มาบ้างเหมือนกันว่าตอนเด็กจุนซูต้องมีบอดี้การ์ดส่วนตัวเพราะครอบครัวของฝ่ายนั้นรวยมาก
แถมยังทำธุรกิจหลายอย่างจะไปขัดแข้งขัดขาใครบ้างก็ไม่รู้
จุนซูเคยถูกจับไปเรียกค่าไถ่ (แต่กัดหูโจรแล้วหนีออกมาได้)
ทุกคนจึงเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณหนูตัวร้าย จัดให้มีบอดี้การ์ดดูแลรับส่งตลอดไม่ให้คลาดสายตา

..............................................................................................................................................................................

ถึงจะเป็นแค่เรื่องประหลาดมหัศจรรย์ในความฝัน(หรือเปล่า) แต่วันนี้ก็เป็นวันเด็ก
ทนอีกฝ่ายรบเร้าไม่ไหวยูชอนจึงต้องพาจุนซูจูเนียร์ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก

หึ!นี่แหละคือเวลาแก้แค้น

ยูชอนที่ปกติโดนจุนซูบังคับขู่เข็ญทำร้ายจิตใจทุกอย่างวาดหวังว่าจะได้แกล้งจุนซูจูเนียร์ให้สะใจ

จุนซูตื่นตาตื่นใจมากที่ได้ออกมาเล่นกับเด็กวัยเดียวกันโดยไม่มีบอดี้การ์ดชุดดำตามมาด้วย
ร่างกลมป้อมที่ค่อนข้างเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกันรีบเข้าไปรวมกลุ่มกับเด็กที่เล่นเครื่องเล่นอยู่ก่อนหน้าอย่างร่าเริง

เด็กน้อยไม่รู้เลยว่ายูชอนแกล้งพามาเล่นที่สวนสาธารณะที่มีแต่เด็กดื้อและเกเร เด็กพวกนี้ไม่มีพ่อแม่คอยดูแลก็เลยมีพฤติกรรมก้าวร้าว

มีคนใจดีมาแจกขนมและไอศกรีมก็แย่งกันจนหล่นพื้นบ้างเลอะเทอะบ้าง จุนซูได้แต่มองอยู่ห่างๆ
พอมีน้ำหวานแจก เด็กเหล่านั้นก็กรูกันเข้าไปจนคนตัวเล็กไม่ได้รับแจกอีก
มิหนำซ้ำจุนซูที่ดูแตกต่างจากพวกเข้ากลุ่มเล่นด้วยไม่เท่าไหร่ก็โดนรังแกและแย่งของเล่นไป พอไปทวงคืนยังโดนทุบเข้าให้

ยูชอนแอบใจอ่อน ตอนที่เด็กน้อยตัวร้ายเดินเซื่องซึมหนีออกมาท่าทางผิดหวัง มานั่งคนเดียวที่ม้ากระดก
แต่ไม่วายมีเด็กตัวโตท่าทางนิสัยไม่ดีเดินมาเหยียบไม้กระดกอีกฝั่งทำให้จุนซูกระเด็นตกลงมา

“อ๊ะ” จุนซูมองมือตัวเองที่ไถลไปกับพื้นจนเป็นแผลถลอก
สำหรับเด็กที่ถูกเลี้ยงมาอย่างดีไม่เคยมีสิ่งใดระคายผิว ความเจ็บเพียงเท่านี้ก็ทำให้น้ำตาคลออยู่บนดวงตากลมโต

“ทำไมมาแกล้งกันแบบนี้ล่ะ” จุนซูถามอย่างไม่กลัว ไม่ได้เจ็บตัวแต่เจ็บใจมากกว่า

“แล้วมีปัญหาหรอ ห๊า ไอ้เปี๊ยกเอ๊ย” นิ้วอวบอ้วนยื่นมาผลักหัวกลมจนจุนซูล้มลงก้นกระแทกซ้ำอีกรอบ

คราวนี้ยูชอนไม่รีรอ รีบสาวเท้าเร็วๆเข้าไปกลางวง “รังแกเด็กตัวเล็กกว่ามันไม่เท่หรอกนะไอ้หนู”
ชายหนุ่มดุด้วยน้ำเสียงเข้มจนเด็กเกเรแตกกระเจิงหนีไป มีแต่จุนซูที่นั่งอยู่บนพื้นดิน ตัวเลอะมอมแมม กุมมือข้างที่เป็นแผลอย่างอดทน

ยูชอนแปลกใจที่จุนซูไม่ร้องโวยวายเรียกให้เขาเข้าไปดูแลตามนิสัยเรื่องสิบโวยวายเป็นแสน
ชายหนุ่มยื่นมือให้เด็กตัวเล็กจับเพื่อลุกขึ้นยืน แต่จุนซูหันหน้าหนี ไหล่เล็กสั่นจนยูชอนใจอ่อนยวบ

จุนซูน้ำตาไหล ร้องไห้อย่างไม่มีเสียง ทำให้ยูชอนรู้สึกผิดจนปวดหนึบในใจ
ถึงจะอยากแกล้งคนตัวเล็กแต่เขาไม่ได้ต้องการให้จุนซูบาดเจ็บหรือร้องไห้ ร่างสูงย่อตัวเข้าไปนั่งข้างๆ

“เจ็บแผลหรอครับตัวเล็ก” ยูชอนจับมือเล็กมาแล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดแผลถลอกที่มือให้

“อย่าเรียกว่าตัวเล็ก จุนซูไม่อยากตัวเล็ก” ถึงจะร้องไห้จุนซูก็ยังพูดดื้อดึง ไม่ยอมให้ยูชอนโดนแผล

ถ้าเขาตัวใหญ่ก็คงดี ..

เพราะเขาตัวเล็ก ถ้าไม่มีบอดี้การ์ดมาด้วยก็จะถูกแกล้ง
แต่พอมีบอดี้การ์ดมาก็ไม่มีเด็กคนไหนกล้าเล่นกับเขาเลย


เป็นอย่างนี้จนจุนซูถอดใจ
ที่จุนซูไม่ว่าอะไรยูชอนแม้จะเจ็บตัวและโดนรังแก ก็เพราะจุนซูดีใจมากที่ยูชอนพาตัวเองออกมาเที่ยวเล่นอย่างน่าสนุก

จุนซูรู้สึกขอบคุณยูชอนจึงพยายามตอบแทนด้วยการทำตัวเป็นเด็กดี
ยูชอนถึงจะดุแต่ก็พาจุนซูออกมาเที่ยว ไม่เหมือนคนอื่นที่คอยตามใจแต่ก็ทำไปเพราะเป็นคำสั่งของคุณพ่อคุณแม่

จุนซูเป็นเด็กสิบขวบที่ตลอดมาไม่เคยมีเพื่อนเล่นและไม่เคยมีใครทำดีด้วยจากใจจริง
ทุก คนที่เข้ามาใกล้เขาล้วนเป็นเพราะอำนาจเงิน ไม่ว่าจะเป็นพี่เลี้ยง คนรับใช้ หรือบอดี้การ์ด ไม่เคยมีใครขัดใจเขาเพราะไม่อยากเดือดร้อน

ส่วน เพื่อนที่โรงเรียนปกติพ่อแม่ก็จะกำชับไม่ให้แกล้งหรือทำให้เขาโกรธ เพราะฐานะที่ร่ำรวยของจุนซูอาจจะสร้างความลำบากให้กับครอบครัวของเพื่อนได้ ทันทีที่เกิดเรื่องไม่สบอารมณ์คุณหนูตัวน้อย นานวันเข้าก็ไม่มีใครอยากเล่นกับจุนซู

แม้ว่าจุนซูพยายามจะหาของ เล่นหรือขนมไปดึงดูดใจ แต่สุดท้ายเพื่อนที่เข้ามารุมล้อมก็หายไปเหมือนน้ำแข็งที่ละลายเวลาใส่ลงไป ในแก้วน้ำชา พอขนมอร่อยๆหมด พอของเล่นพัง เพื่อนที่เข้ามารุมล้อมก็หายไป จุนซูไม่ได้ต้องการเพื่อนเยอะๆ แต่แค่เพื่อนคนเดียวเขาก็ไม่มี

จุน ซูอยากมีพี่มีน้อง แต่พ่อแม่บอกว่าเป็นลูกคนเดียวดีแล้วเพราะจุนซูจะได้สมบัติทุกอย่างไม่ต้อง แบ่งกับใคร ไม่ต้องกลัวมีปัญหาในอนาคต จุนซูไม่รู้ความสำคัญของสมบัติ จุนซูไม่รู้ว่าการมีพี่น้องจะทำให้เกิดปัญหาอะไร จุนซูรู้เพียงแต่ว่าจุนซูอยากมีพี่น้องไว้ทดแทนที่ไม่ได้เห็นหน้าคุณพ่อคุณ แม่ที่มัวแต่ทำงานหาเงิน

จุนซูไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่เขารู้สึกอบอุ่นใจเวลาที่อยู่ใกล้ๆยูชอน ถึงอีกฝ่ายจะซื้อบื้อและดูหงอๆ แต่ยูชอนก็ใส่ใจในตัวเขา

จุน ซูไม่ได้ต้องการเงินร้อยล้าน ไม่ได้ต้องการของเล่นหรือเสื้อผ้าหรูหรา จุนซูขอแค่ใครสักคนที่จะสนใจในยามที่จุนซูร้อนหรือหนาว สนใจว่าจุนซูกำลังหัวเราะหรือร้องไห้ เงินไม่เคยเช็ดน้ำตาให้จุนซูได้ และโฉนดที่ดินก็ไม่ใช่นิทานก่อนนอน แต่ยูชอนกลับเป็นคำตอบที่ต่างออกไป

จุนซูคิดดีแล้ว ยูชอนเป็นคนสำคัญที่จุนซูจะต้องแสดงออกให้รู้ว่าจุนซูขอบคุณมากแค่ไหน

“เรียกจุนซูว่าพี่สิ” ยูชอนเกือบหลุดขำ แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ถึงหลานวัยกำลังโตลูกของญาติๆที่เขาเคยเจอ
เด็กทุกคนมักชอบแสดงบทบาทเป็นพี่อย่างนี้อย่างนั้น ไม่ว่าจะกับตุ๊กตา หรือกับคนที่โตกว่า
จุนซูตัวน้อยคนนี้ก็ยังคงเป็นแค่เด็กคนหนึ่งเหมือนกัน เด็กที่ยังไม่รู้เท่าทันผู้ใหญ่ เป็นเด็กที่มีจิตใจบริสุทธิ์

คิดแล้วยูชอนก็ยิ้มอย่างเอ็นดู เกี่ยวก้อยกับมือเล็กแล้วแปะโป้งเป็นคำมั่นสัญญา

“งั้นเป็นพี่จุนซูกับน้องยูชอน อย่างนี้ดีมั้ย”

จุนซูยิ้มออก ยูชอนจึงดึงร่างเล็กให้ลุกขึ้นยืน ปัดเสื้อผ้า เช็ดหน้าเช็ดตาให้สดใสแล้วพาคนตัวเล็กไปงานวันเด็กที่สวนสนุกต่อ

คราวนี้จุนซูหัวเราะเสียงดังเพราะมีแต่ของเล่นที่เหมาะกับเด็ก มีตัวตลกใส่ชุดสีสดใสเดินไปเดินมา
คุณหมีเดินถือลูกโป่งมาส่งให้แล้วลูบแก้มจุนซู ยูชอนมองคนตัวเล็กที่หน้าแดงแล้วหัวเราะในใจ
จุนซูจูเนียร์เหมือนจุนซูตัวร้ายไม่มีผิดเวลายิ้มด้วยความดีใจอย่างนี้

“อร่อยดีเนอะ” จุนซูไปต่อแถวเอาไอศกรีมมาเผื่อยูชอน ชายหนุ่มเองก็แปลกใจที่เด็กน้อยยอมทำอะไรแบบนี้
แต่ เมื่อคิดว่าชีวิตจุนซูมีแต่สิ่งที่อยากได้สมใจทุกอย่าง การไปต่อแถวรออะไรที่ธรรมดาเหมือนชาวบ้านบ้างคงเป็นเรื่องน่าสนุกอีกเหมือน กัน

“มาเล่นนี่กันดีกว่า”
มือเล็กลากยูชอนไปที่ม้าหมุน ยูชอนได้นั่งม้าหมุนกับจุนซูเหมือนครั้งหนึ่งที่เพิ่งเริ่มคบกัน
ชายหนุ่มเริ่มดีใจขึ้นมาทีละนิดที่ได้พบจุนซูในวัยเด็กคนนี้ เพราะทำให้เขาได้ทำอะไรน่ารักแบบที่ไม่เคยได้ทำกับจุนซูตอนโตเท่าไหร่นัก

จุนซูที่ทั้งเอาแต่ใจและนิสัยเสียก็คงเป็นเพราะการเลี้ยงดูที่ปล่อยปละละเลยไม่เอาใจใส่
คงจะดีนะถ้าเขาสามารถดูแลจุนซูตัวน้อยคนนี้ให้เติบโตขึ้นเป็นจุนซูที่น่ารัก อ่อนโยนและมีเหตุผล

ยูชอนพาจุนซูไปเล่นของเล่นอีกหลายอย่าง สุดท้ายก็พาไปนั่งชิงช้าสวรรค์ จุนซูชอบมากแต่ก็กลัวด้วยเลยนั่งกอดแขนยูชอนไม่ปล่อย

หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักอยู่ในอก ไม่ใช่เพราะความกลัวเพียงอย่างเดียว
เพราะแสงสลัวในยามเย็นทำให้ยูชอนไม่เห็นว่าแก้มของจุนซูแดงก่ำยิ่งกว่าเวลาถูกล้อเลียนเรื่องน่าอาย

จุนซูใจสั่นเพราะได้อยู่ใกล้ๆกับยูชอน

จุนซูคิดถึงแต่ยูชอนจนปวดไปทั้งหัวใจ เด็กน้อยไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้แปลว่าอะไร
ด้วยความอ่อนเดียงสา จุนซูคิดได้เพียงแต่ว่าถ้าอยากให้ใครทำดีด้วย ก็ต้องให้ในสิ่งที่คนๆนั้นอยากได้

“ยูชอน ตอนนี้ยูชอนอยากได้อะไรหรอ” จุนซูเอียงคอถาม

ยูชอนบิดตัวจนกระดูกลั่นดังกร๊อบ มองไปรอบๆอย่างอารมณ์ดี วิวบนชิงช้าทำให้ได้เห็นทุกอย่างที่อยู่ด้านล่าง

“อากาศหนาวๆแบบนี้ถ้าได้กินข้าวโพดปิ้งก็ดีเลยนะ”

จุนซูหน้าเจื่อนไปนิดหน่อย ข้าวโพดปิ้งคืออะไร จุนซูไม่เคยกิน มันเหมือนป๊อบคอร์นหรือเปล่า?
แต่ว่ายูชอนอยากได้นี่นา ถ้าจุนซูไม่หาข้าวโพดปิ้งให้ยูชอน เดี๋ยวยูชอนก็จะทิ้งจุนซูไป
ไม่
จุนซูส่ายหน้า ยูชอนไม่เหมือนใคร จุนซูจะไม่ยอมให้ยูชอนทิ้งจุนซูไปเหมือนคนอื่นๆ

..............................................................................................................................................................................

ยูชอนเหงื่อตกเมื่อลงมาจากชิงช้าสวรรค์แล้วพลัดหลงกับจุนซู
มือเล็กที่ควรจะเกาะกุมอยู่ในอุ้งมือเขาหลุดไปตอนไหนก็ไม่รู้ จุนซูตัวน้อยหายไปท่ามกลางผู้คนมากมายในสวนสนุก

รอบ กายเริ่มมืดลงแล้ว ทางสวนสนุกประกาศเตือนในเข้าไปในอาคารเพราะหิมะจะตกหนัก แต่ยูชอนยังวิ่งไปรอบๆสวนสนุกแล้วตะโกนเรียกจุนซูเหมือนคนบ้า เหงื่อเม็ดโตหยดลงมาทั้งที่อากาศหนาวจับขั้วหัวใจ

ยูชอนวิ่งจนปวดไปทั้งขาแต่ก็ยังหาจุนซูไม่เจอ ไฟในส่วนต่างๆของสวนสนุกเริ่มดับลง
หิมะโปรยปรายลงมา ยูชอนล้าอ่อนแรง แต่ยังไม่ยอมแพ้

“จุนซู หายไปไหนน่ะ จุนซู”

ยูชอนไม่รู้ว่าเขาสับสนอะไร นี่ควรจะเป็นแค่ความฝันไม่ใช่หรือ แต่มันสมจริงเกินไป
ความรู้สึกที่เขามีให้จุนซูตัวน้อยก็ไม่ต่างจากความรู้สึกที่เขามีต่อจุนซูตัวร้ายของเขาแม้แต่นิด

ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือเป็นผู้ใหญ่ จุนซูก็คือจุนซู เป็นคนสำคัญที่เขารักและขาดไปไม่ได้

ชายหนุ่มทั้งโกรธทั้งห่วงหา หิมะเริ่มตกแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่จุนซูสวมใส่เพียงเสื้อแขนยาวตัวเล็กเท่านั้น
ยูชอนวิ่งฝ่าหิมะเรียกหาจุนซูโดยไม่ได้สนใจแม้ว่าตัวเขาก็เริ่มหนาวจนปากสั่น ในที่สุดก็วิ่งวนกลับมาที่ชิงช้าสวรรค์

ยูชอนเกือบจะวิ่งผ่านไปถ้าไม่ได้ยินเสียงเล็ก

“น้องยูชอน”

เหมือนยกภูเขาออกจากอก เหมือนคนที่กำลังจมน้ำแล้วได้รับโอกาสให้หายใจอีกครั้ง
เหมือนคนหลงทางในทะเลทรายที่กำลังสิ้นหวังแล้วมองเห็นโอเอซิส

ทันทีที่เห็นร่างเล็กในเสื้อคลุมตัวยาวสีแดงที่ยืนกอดอกหลบลมหนาวอยู่ใต้แสงระยิบระยับของไฟประดับชิงช้าซึ่งใกล้จะถึงเวลาปิด
ยูชอนก็รู้สึกเหมือนมีดอกไม้ไฟระเบิดอยู่ในตัวด้วยความยินดี

ราว กับอากาศไม่เคยสดชื่นเท่านี้มาก่อน แทนที่จะเข้าไปจับร่างเล็กเขย่าถามว่าหายไปไหนมา ยูชอนทำได้แค่กอดจุนซูที่ตัวเย็นไว้อย่างดีใจจนพูดไม่ออก มือใหญ่ช่วยปัดหิมะออกให้ก่อนจะเห็นว่าจุนซูกอดอะไรอยู่ในอ้อมแขน



มันคือข้าวโพดปิ้งสองไม้!!!


“น้องยูชอนหายไปไหนมา” จุนซูถามทั้งที่ปากสั่น adore.png

“จุน .. พี่จุนซูไปซื้อข้าวโพดปิ้งมาหรอกหรอ”

“ใช่ มะ มันหายากมากเลยนะ ตอนแรก พะ..พี่ไม่รู้ว่าข้าวโพดปิ้งเป็นแบบไหน

จุนซูให้ยูชอนดูถุงข้าวโพดคลุกเนยและป๊อบคอร์นอีกสองถุงที่ไปซื้อมาพร้อมกัน

“ตอนนี้ข้าวโพดไม่ร้อนแล้ว”

จุนซูเบะปากเหมือนจะร้องไห้เพราะผิดหวังที่ไม่สามารถเอาใจยูชอนได้ แต่ชายหนุ่มใช้วงแขนแข็งแรงรวบร่างเล็กขึ้นมาอุ้มไว้

“ไม่ร้อนก็กินได้ เราไปกินข้าวโพดทั้งหมดนี่ด้วยกันนะ” จุนซูซุกหน้ากับบ่ากว้างเพื่อรับความอบอุ่น

ยูชอนน้ำตาคลอ แล้วร้องไห้ออกมาด้วยความตื้นตันระหว่างที่เดินไปที่รถโดยคนตัวเล็กในอ้อมแขนไม่รู้เรื่องเลย

ยูชอนสงสารจุนซูจับใจ เพียงเพราะเขาพูดออกไปโดยไม่ทันคิดว่าอยากกินข้าวโพดปิ้ง
จุนซูถึงกับไปซื้อข้าวโพดนี่มาให้เขาทั้งที่ไม่รู้จักว่าคืออะไรด้วยซ้ำ

มันทำให้ยูชอนนึกถึงจุนซูตอนโต ที่ถึงแม้ว่าจะทำตัวโหดเหี้ยมไม่มีเหตุผลแค่ไหน แต่สุดท้ายก็พยายามเอาอกเอาใจเขาในแบบของตัวเอง

ทั้งครั้งที่เคยอาละวาดสาดน้ำใส่หน้า แต่สุดท้ายจุนซูก็ไปซื้อน้ำมาให้เขา
มันเป็นแค่วิธีการแบบหนึ่งที่จะยืนยันให้จุนซูมั่นใจว่าตัวเองยังคงเป็นคนสำคัญ

ถึงแม้จะไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องหรือโรแมนติค แต่มันก็คือสิ่งที่จุนซูพยายามทำเพื่อยื้อเขาเอาไว้ให้อยู่กับตัวเองคนเดียว

เมื่อยูชอนได้เห็นจุนซูในวัยเด็กแล้วก็เข้าใจ
จุนซูที่ขาดความรักและไม่มีเพื่อน แค่วิธีรักษาความสัมพันธ์ก็ยังไม่เคยเรียนรู้

ทุกอย่างที่จุนซูทำไปเพราะอยากให้เขารัก

แต่เขากลับคิดจะแก้แค้นแก้เผ็ดจุนซูอยู่ตลอดเวลา (ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่ประสบความสำเร็จ)

เขานี่มันใช้ไม่ได้เลย ทั้งที่จุนซูรักเขาจากใจจริงขนาดนี้ cry.png

ยูชอนกระชับวงแขนอุ้มเด็กน้อยที่คงทั้งเหนื่อยทั้งเพลียจึงหลับไปในอ้อมแขนเขา
พอถึงรถก็ค่อยๆประคองให้จุนซูนอนบนเบาะอย่างเอาใจใส่

หนึ่งเด็กหนึ่งผู้ใหญ่อยู่ในรถที่มุ่งตรงกลับบ้าน
มีลูกโป่งที่เขียนว่าสุขสันต์วันเด็กผูกไว้เหนือที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง
ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายบนถนนสายที่ทอดยาว

..............................................................................................................................................................................


ยูชอนที่เผลอหลับไปหลังจากเข้านอนพร้อมกับพี่จุนซูเนียร์เมื่อประมาณสามทุ่ม
มือใหญ่คลำไปบนที่นอนอุ่น หวังว่าจะพบร่างเล็กแล้วกระชับเข้ามากอดแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า

ดวงตาคมลืมตื่น มองไปรอบๆห้องอย่างมึนงง ไม่มีแม้แต่เงาของจุนซูตัวน้อย
นาฬิกาบนผนังบอกเวลา 23 นาฬิกา ใกล้จะผ่านวันเด็กไปแล้ว

จุนซู พี่จุนซู” ยูชอนเรียกอย่างใจหาย จู่ๆเด็กน้อยคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นมา ไม่ใช่ว่าจู่ๆก็จะหายไปด้วยหรอกนะ
ชายหนุ่มรีบสวมรองเท้าแตะเดินในห้องแล้วเปิดประตูออกไปมองหา ไม่มีจุนซูตัวน้อยในความมืดของอพาร์ทเม้นท์

“ขอโทษนะ ชั้นทำให้ตื่นหรอ?” จุนซูตัวเป็นๆ ตัวโตๆ ตัวจริงๆ ที่ยังใส่เสื้อโค้ตตัวยาวสำหรับเดินทางวางถุงข้าวของลงบนโต๊ะแล้วเปิดไฟ ยูชอนต้องอ้าปากค้างด้วยความแปลกใจอีกครั้ง

“ทะ..ทำไมกลับมาเร็วจังเลย ไหนบอกว่าจะกลับพรุ่งนี้”

“ก็พอดีมันมีไฟล์ทบิน ขี้เกียจอยู่นาน” จุนซูถอดถุงมือและถอดเสื้อโค้ต ก่อนจะฉุกคิดได้ หันมาจิกสายตามองยูชอนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างหาหลักฐาน
“ทำไม? ไม่อยากให้ชั้นกลับหรอ? แกทำอะไรหลบๆซ่อนๆลับหลังชั้นอีกแล้วใช่ไหม”

ยูชอนส่ายหน้าดิก เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้เขาคงฝันไป ที่แท้เขาคงนอนหลับเป็นตายตลอดวันแล้วก็ตื่นตอนจุนซูกลับมาแน่เลย

คิดได้ดังนั้นร่างสูงก็รีบตรงเข้าไปสวมกอดจุนซูที่มีเลือดเนื้อ มีชีวิต เป็นจุนซูวัยยี่สิบสี่ที่น่ารักน่ากอดอย่างที่เขาคุ้นเคย
ถึงจุนซูตอนเด็กจะน่ารักแค่ไหน แต่จุนซูที่อยู่ตรงหน้าเขานี่แหละที่เขาต้องการที่สุด

“คิดถึงจัง” hornytoro.png

เหมือนจุนซูหายตัวไปสิบสี่ปีแล้วมาโผล่อีกทีตรงหน้าเขา ยูชอนพรมจูบริมฝีปากนุ่มจนจุนซูต้องหันหน้าหนี

“อะไรเนี่ย ไปไกลๆเลย” ใบหูบางแดงขึ้นเล็กน้อย ถึงปากจะไล่แต่จุนซูก็ไม่ได้ลงมือผลักไสเขา

“ป๋มคิดตึ๋งจุนซูอ้ะ ป๋มขาดจุนซูไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว” ยูชอนจุ๊บๆๆๆๆๆจุนซูไปทั่วตัว
จับมือเล็กมาจุ๊บๆๆๆๆๆๆแล้วต้องตาเหลือกเมื่อเห็นแผลถลอกในบริเวณที่เขาคุ้นตา

“จะ..จุนซูไปทำอะไรมาน่ะ”

“ไม่รู้เหมือนกันว่าโดนอะไร ตอนแรกรู้สึกแสบๆ พอดูอีกทีก็มีแผลซะแล้ว”

จุนซูแหวกถุงนั้นถุงนี้เหมือนจะหาของบางอย่าง ก่อนจะยิ้มร่า

“นี่ยูชอน จำได้ว่าชอบเลยซื้อมาฝาก มันขายอยู่ที่สถานีรถไฟที่ฉันนั่งมาสนามบินนาริตะ เจ้าดังเลยนะเนี่ย”

จุนซูหยิบห่อฟอยล์อย่างดีขึ้นมาแล้วแกะออกต่อหน้าเขา

มันคือมันเผาและข้าวโพดย่างแบบเดียวกับที่จุนซูจูเนียร์ซื้อให้เขาเป๊ะ!!!


ysparadise_ys-love.gif The End ysparadise_ys-love.gif




 
อันที่จริงก็ไม่มีใครตอบได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างจุนซูจูเนียร์กับยูชอนคืออะไร
เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นความฝัน แต่ร่องรอยที่อยู่บนเนื้อตัวจุนซูมันก็ชวนแปลกใจอยู่

แต่น็อตชอบที่มันเป็นปริศนานิดๆอย่างนี้ คล้ายๆกับการเขียนแนว magical realism น่ะค่ะ

เนื่องจากวันนี้เป็นวันเด็ก น็อตก็เลยจะไม่ควิซนะคะ
น็อตพบว่ามันเป็นกรรมมากที่ชอบมาควิซคนอ่าน น็อตก็เลยมีควิซในห้องเรียนเป็นประจำ อยากร้องไห้

หวังว่าทุกคนจะมีความสุขในวันเด็กนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็มีหัวใจที่อ่อนโยนและมีความรักที่บริสุทธิ์ได้เหมือนกันนะคะ